![]() |
| Image from coindesk.com |
ปัจจัยการเมืองและกลไกเบื้องหลังที่ทำให้นักลงทุนหวั่นไหว
ปัจจุบันตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดย Bitcoin และเหรียญหลักอื่นๆ ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับดัชนี Nasdaq 100 สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขู่จะใช้มาตรการภาษีต่อกลุ่มประเทศในยุโรปที่คัดค้านแผนการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์ของเขา รวมถึงข่าวลือเรื่องการเข้าแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลาและการกดดันประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากข่าวการเมืองแล้ว ยังมีกลไกทางเทคนิคที่เรียกว่า "มือที่มองไม่เห็น" ของเหล่า Market Makers (ผู้ดูแลสภาพคล่อง) ที่กำลังซ้ำเติมให้ราคาแกว่งตัวรุนแรงขึ้น
เจาะลึกกลไก "Negative Gamma": ทำไมยิ่งราคาร่วง แรงขายยิ่งเยอะ?
ข้อมูลจาก Amberdata และ Deribit ชี้ให้เห็นว่าในตลาด Options ของ Bitcoin กลุ่ม Market Maker กำลังตกอยู่ในสถานะที่เรียกว่า "Negative Gamma" ในช่วงราคาตั้งแต่ 86,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,967,000 บาท) ไปจนถึง 95,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,277,500 บาท)
สถานะนี้ส่งผลอย่างไรต่อตลาด?
การเร่งตัวของราคา: เมื่อราคา Bitcoin ร่วงลง Market Maker จำเป็นต้องขายเหรียญออกเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ของตนเอง และในทางกลับกัน เมื่อราคาพุ่งขึ้น พวกเขาก็ต้องรีบซื้อคืน
ผลลัพธ์: พฤติกรรมนี้เปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้กับการแกว่งตัวของราคา ทำให้เวลาที่ราคาร่วงจะร่วงแรงกว่าปกติ และเวลาที่พุ่งก็จะพุ่งแรงกว่าปกติ ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับดัชนี S&P 500 มาแล้วในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ตลาดดั้งเดิมยังแสดงอาการน่ากังวล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 4.37% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในสินทรัพย์ของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
มุมมองและคำแนะนำสำหรับผู้อ่าน
สถานการณ์ในตอนนี้นับเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับนักลงทุนคริปโตครับ เพราะเป็นการปะทะกันระหว่าง "อารมณ์ของตลาดที่อ่อนไหวต่อข่าวการเมือง" และ "โครงสร้างทางเทคนิคของตลาด Options"
ข้อแนะนำสำหรับนักลงทุน:
ลดความเสี่ยงจากการใช้ Leverage: ในช่วงที่ Market Maker ตกอยู่ในสถานะ Negative Gamma ราคาจะมีความผันผวนแบบสุดโต่ง การใช้เลเวอเรจสูงอาจทำให้พอร์ตแตกได้ง่ายจากการแกว่งตัวเพียงเล็กน้อย
แยกแยะ "เสียงรบกวน" (Noise): ข่าวเรื่องภาษีและประเด็นเกาะกรีนแลนด์เป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ นักลงทุนระยะยาวควรโฟกัสที่พื้นฐานของสินทรัพย์มากกว่าพาดหัวข่าวรายวัน
จับตาตัวเลขทางเศรษฐกิจ: การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าสภาพคล่องในตลาดอาจลดลง ควรสำรองเงินสดไว้เพื่อรอโอกาสในช่วงที่ราคาเกิดการย่อตัวรุนแรง (Panic Sell) ครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
#Bitcoin #BTC #DonaldTrump #คริปโต #การลงทุน #เศรษฐกิจโลก #Volatility #MarketMaker #ข่าวการเงิน #เทรดเดอร์

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น