เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 Kaal Dhairya หนึ่งในผู้พัฒนาหลักของโปรเจกต์ Shiba Inu (SHIB) ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง "Shib Army" เพื่อสรุปสถานการณ์ในปีที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ SHIB ทั้งจากเหตุการณ์ถูกแฮ็กและการที่อดีตผู้นำบางส่วนละทิ้งความรับผิดชอบไปในช่วงวิกฤต
ประเด็นหลักที่ระบุในจดหมาย:
การยืนยันความรับผิดชอบ: Dhairya เน้นย้ำว่าแม้ผู้นำคนอื่นจะจากไป แต่เขาและทีมงานยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อกู้คืนระบบ โดยมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สืบสวนระดับรัฐบาลกลางและส่งมอบข้อมูลความมั่นคง (OSINT) เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว
การกู้คืนระบบเทคนิค: ขณะนี้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง "Plasma Bridge" ได้กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งพร้อมมาตรการความปลอดภัยใหม่ ได้แก่ ระบบ Blacklist, การหน่วงเวลาถอนเงิน 7 วันเพื่อตรวจสอบสิ่งผิดปกติ และการย้ายสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) สำคัญกว่า 100 รายการไปจัดการผ่านระบบ Hardware Custody
ระบบเยียวยาเหยื่อ "SOU" (Shib Owes You): นี่คือระบบชดเชยที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความโปร่งใส โดยผู้เสียหายจะได้รับ SOU NFT บนเครือข่าย Ethereum ซึ่งจะระบุยอดหนี้ที่ระบบค้างชำระไว้
ความโปร่งใส: ยอดหนี้จะลดลงตามการจ่ายคืนจริง ตรวจสอบได้แบบ On-chain
สภาพคล่อง: ผู้ถือ NFT สามารถเลือกถือเพื่อรอการชดเชย หรือขาย NFT ในตลาดเพื่อรับเงินสดทันทีก็ได้
ความปลอดภัย: ระบบผ่านการตรวจสอบ (Audit) จากบริษัท Hexens เรียบร้อยแล้ว
ทิศทางในปี 2026: ทีมงานจะเปลี่ยนผ่านจากการสร้างกระแส (Hype) ไปสู่การ "ซ่อมแซมและสร้าง" (Repair and Build) โดยจะยุติโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และมุ่งเน้นโปรเจกต์ที่สร้างผลกำไรเพื่อนำมาคืนทุนให้กับระบบ SOU นอกจากนี้จะมีการจัดการลิขสิทธิ์ทางปัญญา (IP) ของแบรนด์ SHIB อย่างเป็นทางการเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่เครือข่าย
มุมมองและคำแนะนำสำหรับผู้อ่าน
การออกมาสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาของผู้พัฒนา SHIB ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะกู้คืน "ศรัทธา" ของชุมชนหลังจากเผชิญวิกฤตศรัทธาอย่างหนักในปี 2025 การเปลี่ยนผ่านจากเหรียญมีมที่เน้นกระแสไปสู่ระบบนิเวศที่มีรายได้จริงและมีระบบชดเชยความเสียหายที่จับต้องได้อย่าง SOU ถือเป็นวิวัฒนาการที่น่าสนใจ
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน:
ติดตามการใช้งาน SOU NFT: ระบบนี้เป็นกรณีศึกษาใหม่ในโลกคริปโต หากระบบชดเชยนี้ทำงานได้จริง จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้โปรเจกต์อื่นที่ถูกแฮ็ก และอาจส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในตัวเหรียญ SHIB ระยะยาว
อย่าเน้นแค่กระแส: แผนการปี 2026 เน้นการสร้างรายได้จริง ดังนั้นนักลงทุนควรจับตาดูว่าโปรเจกต์ใดในระบบนิเวศ SHIB ที่สามารถทำกำไรได้จริง เพราะนั่นจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของราคาในอนาคต
ความปลอดภัยคือบทเรียน: เหตุการณ์แฮ็กที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจให้เลือกใช้งานเฉพาะช่องทางทางการและตรวจสอบความปลอดภัยของกระเป๋าเงินตนเองเสมอ แม้ระบบจะพัฒนาความปลอดภัยขึ้น แต่ความเสี่ยงในโลกคริปโตยังคงมีอยู่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
#SHIB #ShibaInu #ShibArmy #SOU #CryptoNews #Blockchain #ลงทุนคริปโต #ข่าวการเงิน #Ethereum #SOU_NFT

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น