Bitcoin ยังซึมต่ำกว่า 3.1 ล้านบาท! สวนทางทองคำพุ่งทะลุ $5,000 ขณะที่ตลาดจับตาผลการประชุม Fed และงบหุ้นเทคฯ สัปดาห์นี้

 

Image from www.theblock.co

คริปโตฯ ร่วงสวนทางโลหะมีค่า นักลงทุนโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย

ในช่วงต้นสัปดาห์ของเดือนมกราคม 2026 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีต้องเผชิญกับสภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยราคา Bitcoin (BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่า 88,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,097,500 บาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงตามทิศทางของเหรียญหลักอื่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนเริ่มระมัดระวังการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

ไฮไลต์สำคัญของตลาดที่เกิดขึ้น:

  • Bitcoin และ Altcoins ทรงตัวในแดนลบ: BTC ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 88,400 ดอลลาร์สหรัฐ (3,094,000 บาท) ลดลงราว 4% ในรอบสัปดาห์ ส่วน Ether (ETH) ทรงตัวแถว 2,940 ดอลลาร์สหรัฐ (102,900 บาท) ขณะที่ SOL, XRP และ DOGE ต่างปรับตัวลดลงเล็กน้อย

  • ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่: ในขณะที่คริปโตฯ ซบเซา ราคาทองคำกลับพุ่งทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 175,000 บาท สร้างจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์

  • เงิน (Silver) ผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบ 18 ปี: ราคาเงินพุ่งทะยานระหว่างวันกว่า 14% แตะระดับ 117 ดอลลาร์สหรัฐ (4,095 บาท) ซึ่งเป็นการเหวี่ยงของราคาสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ก่อนที่จะมีการย่อตัวลงมาเล็กน้อย

  • ปัจจัยกดดันจาก Macro: นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันพุธนี้ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม รวมถึงการรายงานผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Magnificent Seven) ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป


บทวิเคราะห์เทคนิค: คริปโตฯ ยังคงล้าหลัง (Lagging)

นักวิเคราะห์จาก FxPro ระบุว่า ปัจจุบันคริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้ทำหน้าที่เป็น "สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง" (Hedge) เหมือนทองคำ แต่กลับเคลื่อนไหวในลักษณะสินทรัพย์เสี่ยงที่มีค่าความผันผวนสูง (High-beta asset) ซึ่งไวต่อสภาพคล่องในตลาด ในเชิงเทคนิค Bitcoin ยังคงอยู่ภายใต้เส้นค่าเฉลี่ยที่สำคัญและยังไม่สามารถฝ่าแนวต้านที่แข็งแกร่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาขึ้นไปได้ ทำให้ภาพรวมยังคงเป็น "ขาลง" ในระยะสั้น


มุมมองและคำแนะนำสำหรับผู้อ่าน

สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นชัดเจนว่า "เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่โลหะมีค่า" เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินครับ

มุมมองของผม: ในรอบนี้ Bitcoin พิสูจน์ให้เห็นว่ายังไม่สามารถเป็น Digital Gold ได้อย่างเต็มตัวเมื่อเทียบกับทองคำจริงที่มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางวิกฤต การที่ราคา BTC ถูกกักไว้ต่ำกว่าระดับ 3.1 ล้านบาท แสดงว่านักลงทุนสถาบันกำลังรอความชัดเจนจาก Fed และตัวเลขเศรษฐกิจจริงมากกว่าการเก็งกำไรในตลาดคริปโตเพียงอย่างเดียว

คำแนะนำสำหรับนักลงทุน:

  1. ถือเงินสดและรอดูสถานการณ์ (Wait and See): สัปดาห์นี้มีความเสี่ยงสูงมากจากผลประกอบการหุ้นเทคฯ และท่าทีของ Fed หากงบหุ้นเทคฯ ออกมาแย่ อาจเกิดแรงเทขายในคริปโตฯ ตามมาได้

  2. อย่าไล่ราคา (FOMO) ในทองคำและเงิน: แม้ทองคำจะดูหอมหวานในตอนนี้ แต่การที่ราคาพุ่งแตะ $5,000 (175,000 บาท) และเงินมีการเหวี่ยงแรงระดับปี 2008 เป็นสัญญาณว่าตลาดโลหะมีค่าเริ่มมีความร้อนแรงเกินไป อาจมีการปรับฐานใหญ่ได้ทุกเมื่อ

  3. จับตาแนวรับสำคัญ: หาก BTC หลุดระดับ 85,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2,975,000 บาท) อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานที่ลึกขึ้น นักลงทุนควรเตรียมแผนสำรองและไม่ควรใช้ Leverage สูงในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญครับ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: The Block - Bitcoin remains coiled under $88,500 as gold tops $5,000 (ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากแหล่งข่าวต้นฉบับ เพื่อใช้ประกอบการรายงานข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดเท่านั้น)

#Bitcoin #BTC #ทองคำ #ราคาทองวันนี้ #Fed #การลงทุน #CryptoNews #เศรษฐกิจโลก #ทองคำ5000ดอลลาร์ #ข่าวคริปโต

ความคิดเห็น