"Bitcoin จะกลายเป็นศูนย์?" ยอดค้นหาพุ่งกระฉูดท่ามกลางความกลัวของรายย่อย แต่สถาบันยักษ์ใหญ่กลับสวนกระแสไล่เก็บของเพิ่ม!


ดัชนีความกลัวแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 ข้อมูลจาก Google Trends เผยให้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อคำค้นหาอย่าง "bitcoin going to zero" (บิตคอยน์จะกลายเป็นศูนย์) และ "is bitcoin dead" (บิตคอยน์ตายแล้วหรือยัง) พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนถึงความกังวลอย่างรุนแรงของนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก

สอดคล้องกับดัชนี Fear & Greed Index ที่ร่วงลงมาแตะระดับ "5" ซึ่งถือเป็นระดับที่แสดงถึงความกลัวอย่างสุดขีด (Extreme Fear) และเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 โดยสถานะปัจจุบันของราคา Bitcoin (BTC) ได้ร่วงลงมาแล้วประมาณ 47% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่เคยขึ้นไปแตะระดับประมาณ 4,410,000 บาท ($126,000)


โอกาสร่วงต่อเทียบกับโอกาสฟื้นตัว

ในขณะที่ราคา BTC เคลื่อนไหวอยู่แถวบริเวณ 2,330,000 บาท ($66,561) ตลาดพยากรณ์อย่าง Myriad Markets และ Polymarket ต่างให้ความเห็นไปในทิศทางลบ โดยประเมินว่า:

  • มีโอกาสสูงถึง 64-68% ที่ราคาจะร่วงลงไปแตะระดับ 1,925,000 - 2,100,000 บาท ($55,000 - $60,000)

  • นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินอย่าง Standard Chartered มองว่าแนวรับสำคัญถัดไปอาจอยู่ที่ประมาณ 1,750,000 - 1,925,000 บาท ($50,000 - $55,000)

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูย่ำแย่ แต่นักวิเคราะห์เกือบทุกสำนักต่างยืนยันว่า "โอกาสที่บิตคอยน์จะกลายเป็นศูนย์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้" ในโครงสร้างตลาดปัจจุบัน



Michael Saylor ยังคง "ซื้อไม่หยุด"

ในขณะที่รายย่อยกำลังตื่นตระหนกและค้นหาคำว่า "บิตคอยน์ตายแล้ว" แต่ฝั่งสถาบันยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท Strategy (MicroStrategy) กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม Michael Saylor ประธานบริษัทได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ว่า เขาได้เข้าซื้อ BTC เพิ่มเติม เสริมพอร์ตการถือครองรวมให้มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1,645,000,000,000 บาท ($47 Billion)

Saylor กล่าวให้สัมภาษณ์กับ CNBC อย่างมั่นใจว่า "ถ้าผมคิดว่ามันจะกลายเป็นศูนย์ ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมเห็น" พร้อมยืนยันนโยบายของบริษัทที่จะเข้าซื้อสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสถาวร


ความกลัวสุดขีดมักเป็นสัญญาณกลับตัว?

ประวัติศาสตร์ของโลกคริปโตมักแสดงให้เห็นความเหลื่อมล้ำระหว่าง "วาฬ" (ผู้ถือครองรายใหญ่) และ "เม่า" (รายย่อย) เสมอ ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่าในช่วงที่ดัชนีความกลัวลดต่ำลงมากๆ รายย่อยมักจะขายทิ้งด้วยความตกใจ ในขณะที่เหล่านักลงทุนสถาบันและวาฬจะใช้จังหวะนี้ในการช้อนซื้อของราคาถูก

ปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เช่นในปี 2022 และเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ตลาดจมอยู่กับความสิ้นหวัง ราคามักจะมีการดีดตัวกลับอย่างรุนแรงเสมอ


มุมมองและคำแนะนำสำหรับผู้อ่าน

สถานการณ์ในตอนนี้คือบททดสอบทางจิตวิทยาที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของนักลงทุนครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ "ความไม่สมมาตรของข้อมูล" ในขณะที่คนส่วนใหญ่ค้นหาจุดจบของบิตคอยน์ แต่เม็ดเงินระดับล้านล้านบาทจากสถาบันกลับไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง นี่คือสัญญาณที่บอกว่าความเชื่อมั่นในระดับโครงสร้างยังไม่หายไปไหน การที่ดัชนีความกลัวอยู่ที่เลข 5 มักจะเป็นจุดที่อันตรายที่สุดสำหรับคนขวัญอ่อน แต่เป็นจุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับนักลงทุนที่มองการณ์ไกล

คำแนะนำสำหรับผู้อ่าน:

  1. อย่าใช้อารมณ์นำหน้ากราฟ: เมื่อคุณเริ่มรู้สึกอยากค้นหาคำว่า "Bitcoin going to zero" นั่นคือสัญญาณว่าอารมณ์ของคุณกำลังครอบงำเหตุผล ให้หยุดพักและกลับไปดูพื้นฐาน

  2. จับตาดูการเคลื่อนไหวของวาฬ: ในตลาดหมี ข้อมูล On-chain จะหลอกไม่ได้ หากคุณเห็นสถาบันยังคงเก็บของเพิ่ม นั่นคือการยืนยันว่ามูลค่ายังคงอยู่

  3. บริหารจัดการความเสี่ยง: แม้สถาบันจะซื้อ แต่ราคาอาจร่วงไปแตะ 1,750,000 บาท ($50,000) ได้ตามคำทำนาย ดังนั้นควรแบ่งไม้ในการเข้าซื้อและไม่ควรใช้ Leverage สูงในช่วงที่ตลาดผันผวนเช่นนี้ครับ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Bitcoin "going to zero" searches spike as Fear & Greed Index hits 5 (ภาพประกอบและข้อมูลกราฟราคาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลข่าวสารคริปโตอย่างเป็นทางการเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น)

#Bitcoin #BTC #CryptoNews #MichaelSaylor #FearAndGreedIndex #การลงทุน #บิตคอยน์ #ข่าวคริปโต #วางแผนการเงิน #Web3

ความคิดเห็น