TD Securities ขาดทุนยับ! สวนกระแสเงิน (Silver) พ่ายตลาดเป็นครั้งที่ 2 เสียเงินกว่า 21 ล้านบาท หลังราคาทุบสถิติใหม่
![]() |
| Image from bloomberg.com |
นักวิเคราะห์จากธนาคารยักษ์ใหญ่ของแคนาดาอย่าง TD Securities (TDS) ต้องเผชิญกับความผิดพลาดในการคาดการณ์ตลาดโลหะเงิน (Silver) อีกครั้ง โดยล่าสุดถูกบีบให้ต้องตัดขาดทุน (Stopped out) จากสถานะขาย (Short) เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เมื่อขาใหญ่สวนเทรนด์จนเจ็บหนัก
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ TDS เปิดเผยว่าพวกเขาได้ตัดสินใจปิดสถานะ Short ในตลาดเงินหลังจากถือครองได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยยอมรับความพ่ายแพ้และ ขาดทุนไปถึง 606,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 21,210,000 บาท) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากราคาล่วงหน้าโลหะเงินงวดส่งมอบเดือนมีนาคมพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 93.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 3,280 บาท) ในช่วงข้ามคืน ซึ่งส่งผลให้จุดตัดขาดทุน (Stop-loss) ของทางธนาคารที่ตั้งไว้ที่ 93.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 3,260 บาท) ทำงานทันที
TDS เริ่มเปิดสถานะ Short ที่ราคา 78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 2,730 บาท) แต่เพียงแค่ในสัปดาห์เดียว ราคาเงินกลับพุ่งขึ้นมากกว่า 19% และหากนับตั้งแต่เริ่มปีใหม่ 2026 มานี้ ราคาโลหะเงินพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 21%
ทำไมการคาดการณ์ของ TDS ถึงผิดพลาด?
Daniel Ghali นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ TDS ระบุว่า เดิมทีธนาคารคาดการณ์ว่าราคาเงินจะปรับตัวลดลงจากการปรับสมดุลของดัชนีประจำปี (Annual Index Rebalancing) ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดเงินประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 175,000,000,000 บาท) แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ตลาดสามารถดูดซับแรงขายจากการปรับสมดุลได้ทั้งหมด แถมยังมีแรงซื้อใหม่ (Fresh Longs) ไหลเข้ามาแทนที่ถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 245,000,000,000 บาท) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แรงกดดันด้านราคายิ่งพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางการเมือง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้า (Tariffs) สำหรับโลหะเงิน เนื่องจากถูกจัดให้เป็น "แร่ธาตุวิกฤต" (Critical Metal) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านอุปทานและระบบโลจิสติกส์ลงได้บางส่วน
มุมมองและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
บทเรียนจากความพ่ายแพ้ของสถาบันการเงินระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า "อย่าพยายามคาดการณ์จุดสูงสุดของตลาดในช่วงที่เป็นขาขึ้นรุนแรง" (Don't fight the trend) แม้นักวิเคราะห์จะมองว่าราคานั้น "สูงเกินความเป็นจริง" หรือ "Overbought" แค่ไหนก็ตาม แต่แรงขับเคลื่อนของตลาด (Momentum) มักจะไปได้ไกลกว่าเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์เสมอ
คำแนะนำสำหรับผู้อ่าน:
การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจ: แม้แต่ธนาคารระดับโลกยังต้องมีจุด Stop-loss นักลงทุนรายย่อยจึงไม่ควรปล่อยให้การขาดทุนลามโดยไม่มีแผนรองรับ
จับตานโยบายสหรัฐฯ: การที่โลหะเงินถูกยกเว้นภาษีนำเข้าในฐานะแร่ธาตุวิกฤต จะทำให้เงินมีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและโลหะอุตสาหกรรม (โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี)
ระวังความผันผวน: ปัจจุบันราคาเงินเคลื่อนไหวเกินระดับราคาปกติไปมาก หากคุณต้องการเข้าลงทุนในช่วงนี้ ควรใช้การสะสมแบบ DCA หรือรอจังหวะที่ราคามีการย่อตัวทางเทคนิค (Technical Correction) มากกว่าการไล่ราคาที่จุดสูงสุดครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
#Silver #โลหะเงิน #การลงทุน #เศรษฐกิจโลก #ข่าวการเงิน #TDSecurities #Commodities #ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ #เทรดเดอร์ #SilverPrice2026

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น