วิสัยทัศน์โลกการเงินปี 2026: BlackRock ชี้ "AI และ Stablecoin" คือสองกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจดั้งเดิมสู่ยุคดิจิทัล
![]() |
| Image from wealthmanagement.com |
สรุปเนื้อหาจากรายงาน BlackRock
BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการบริหารสินทรัพย์ของโลก ได้เผยแพร่รายงาน "แนวโน้มการลงทุนทั่วโลกปี 2026" โดยระบุว่าอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก (Megaforce) ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในขณะที่ Stablecoin จะก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมและสภาพคล่องในรูปแบบดิจิทัล
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ:
AI ในฐานะแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ: แม้จะมีความกังวลเรื่อง "ฟองสบู่ AI" แต่ BlackRock เชื่อว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่รวดเร็วและมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงจากการที่บริษัทกลุ่ม "AI Builder" มีภาระหนี้สูงเพื่อใช้ในการลงทุนล่วงหน้า ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปราะบางหากเกิดภาวะดอกเบี้ยพุ่งสูง
Stablecoin คือสะพานเชื่อมสภาพคล่อง: ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 มูลค่าตลาดของ Stablecoin พุ่งทะลุ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.63 ล้านล้านบาท) โดยถูกนำมาใช้ตั้งแต่การชำระดุลในการเทรดคริปโตไปจนถึงการโอนเงินระหว่างประเทศ
กฎหมายและการยอมรับ: การผ่านกฎหมาย GENIUS Act ในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ช่วยสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน ทำให้สถาบันการเงินเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ 10 แห่ง (รวมถึง BofA และ MUFG) เตรียมร่วมกันออก Stablecoin ที่ผูกกับสกุลเงินกลุ่ม G7
สถิติใหม่ของตลาด: ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 มูลค่าตลาด Stablecoin ทั่วโลกพุ่งแตะ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.35 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในวงกว้าง
การลงทุนมหาศาลใน AI: ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ SoftBank ที่เพิ่งเสร็จสิ้นการลงทุนมูลค่า 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.41 ล้านล้านบาท) ใน OpenAI เพื่อรุกตลาดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการคำนวณขั้นสูงอย่างเต็มตัว
มุมมองและคำแนะนำสำหรับผู้อ่าน
รายงานจาก BlackRock ฉบับนี้ย้ำชัดว่า "โลกการเงินกำลังถูกเขียนกฎเกณฑ์ใหม่" การที่ AI และ Stablecoin โคจรมาพบกันจะทำให้การทำธุรกรรมมีความเป็นอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ:
จับตา Stablecoin ในฐานะเครื่องมือบริหารเงิน: สำหรับธุรกิจที่ต้องโอนเงินข้ามพรมแดน Stablecoin จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วได้จริงภายใต้กฎหมายที่ชัดเจนขึ้น
ระวังความเสี่ยงด้านหนี้สินในกลุ่มเทคโนโลยี: แม้ AI จะน่าสนใจ แต่ควรเลือกสะสมหุ้นของบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและไม่ได้กู้ยืมเงินมาลงทุนจนเกินตัว เพราะ BlackRock เตือนว่าความเปราะบางจะปรากฏเมื่อสภาพคล่องในตลาดตึงตัว
ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน: การที่ BlackRock ลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว และหันไปหาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแทน เป็นสัญญาณว่าเราควรให้ความสำคัญกับ "สินทรัพย์ที่มีตัวตนและรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี" มากขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
#BlackRock #AI #Stablecoin #Investment2026 #Fintech #Blockchain #ข่าวการเงิน #ลงทุนคริปโต #SoftBank #เศรษฐกิจโลก

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น