![]() |
| Image from bloomberg.com |
วันที่ 12 ธันวาคม 2025 สื่อจีน First Financial ได้รายงานถึงการร่วงลงอย่างหนักของราคาหุ้น Pop Mart ผู้ผลิตอาร์ตทอยยักษ์ใหญ่ของจีน และผู้สร้างตัวละครดังระดับโลกอย่าง ลาบูบู้ (LABUBU) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า "ฟองสบู่ลาบูบู้" กำลังแตกตัวลง
สถานการณ์ปัจจุบันของ Pop Mart:
มูลค่าหายไปมหาศาล: ราคาหุ้น Pop Mart ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าสู่เดือนนี้ โดยลดลงประมาณ 40% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) หายไปถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 808,347ล้านบาท)
พลิกผันจาก 'ตำนาน': สถานการณ์นี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับช่วงก่อนหน้า (มี.ค. ปีที่แล้ว ถึง ส.ค. ปีนี้) ที่ราคาหุ้นพุ่งสูงเกือบ 15 เท่า และทำกำไรสุทธิ 4,570 ล้านหยวน (ประมาณ 20,370ล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จนถูกยกย่องเป็น "ตำนานหุ้นผู้บริโภคแห่งฮ่องกง"
สาเหตุการ "ฟองสบู่แตก":
การขยายกำลังผลิตอย่างรวดเร็ว: เดิมทีลาบูบู้ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลกจนสินค้าขาดตลาดและราคาพุ่งสูงในตลาดมือสอง อย่างไรก็ตาม Pop Mart ได้เร่งขยายกำลังการผลิตจากเดือนละ 10 ล้านชิ้น เป็น 50 ล้านชิ้น ต่อเดือน
การสูญเสีย "ความหายาก" และ "เอกลักษณ์": การผลิตจำนวนมากเกินไปทำให้อาร์ตทอย ซึ่งมีจุดขายอยู่ที่ "เอกลักษณ์เฉพาะตัว" และ "ความหายาก" สูญเสียคุณสมบัติเหล่านี้ไปอย่างรวดเร็ว
ความเบื่อหน่ายของผู้บริโภค (Aesthetic Fatigue): ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ความนิยมในลาบูบู้เริ่มจางหายไป ส่งผลให้ราคาในตลาดมือสองร่วงลง 40-50% จากจุดสูงสุด และบางส่วนมีราคาต่ำกว่าราคาขายอย่างเป็นทางการ
มุมมองจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ:
ผู้บริหาร Pop Mart: แสดงความเห็นว่า "เราต้องการขายสินค้าที่ดี ไม่ใช่สินค้าเก็งกำไร"
นักวิจารณ์อุตสาหกรรม: ชี้ว่า "อาร์ตทอยให้คุณค่าทางอารมณ์แก่ผู้ที่ชื่นชอบเท่านั้น การดิ่งลงของราคาหุ้น Pop Mart เป็นผลมาจากการเก็งกำไรของเงินทุน และกระบวนการที่ความนิยมลาบูบู้เริ่มจางลง" นอกจากนี้ยังมีการวิจารณ์ว่า Pop Mart มีปัญหาเกี่ยวกับความลึกของเนื้อเรื่อง IP และความสามารถในการขยายช่องทางการสร้างรายได้
ข้อสรุป:
Pop Mart ต้องเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพา "กระแสความนิยมชั่วคราว" ไปสู่กลยุทธ์การเติบโตที่ยั่งยืน และจำเป็นต้องค้นหา "จุดระเบิด" (Explosion Point) ใหม่ ๆ ผ่านการผสานรวมระหว่างอาร์ตทอยกับ "สินค้าที่ผลิตในจีน"
💡 มุมมองและคำแนะนำต่อผู้อ่าน
มุมมอง: กรณีของ Pop Mart และลาบูบู้เป็นบทเรียนที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนและผู้ที่ชื่นชอบการสะสม (Collector) ว่า "สินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสความนิยม (Hype-driven Products)" มีความผันผวนสูงมาก ความหายาก (Scarcity) เป็นหัวใจสำคัญของมูลค่าในตลาดอาร์ตทอยและของสะสม เมื่อบริษัทตัดสินใจขยายกำลังผลิตอย่างรวดเร็วเพื่อไล่ตามกระแสและทำกำไรสูงสุด นั่นย่อมแลกมาด้วยการทำลาย "มูลค่าทางอารมณ์" และ "มูลค่าความหายาก" ของสินค้านั้นเอง
คำแนะนำ: หากคุณเป็นนักสะสม ควรซื้อสินค้าเพราะคุณค่าทางอารมณ์และความชื่นชอบส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น ควรตระหนักว่า บริษัทที่พึ่งพา IP เดียวและสร้างรายได้จากการเก็งกำไรในตลาดรองอย่างหนัก มีความเสี่ยงสูงเมื่อ "กระแส" เปลี่ยนไป ควรประเมินความสามารถของบริษัทในการสร้างความลึกของ IP และการขยายระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน
📸 การอ้างอิงภาพ
มีการอ้างอิงภาพประกอบและรูปภาพจากบทความต้นฉบับ
🌐 แหล่งที่มา
#LABUBU #PopMart #ArtToy #ฟองสบู่แตก #หุ้นฮ่องกง #ของสะสม #ตลาดคริปโท #การลงทุน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น