Stablecoin คือความสำเร็จที่แท้จริงของคริปโตฯ: เหตุผลที่โลกยังต้องการ Stablecoin ที่หลากหลายและมากกว่าเดิม
Stablecoin ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่พลิกโฉมกฎระเบียบทางการเงินระดับโลกอย่างเงียบ ๆ โดยให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้าถึงเงินที่เคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ธนาคาร
คุณ Philipp Zentner CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง LI.FI (DeFi Aggregator) ชี้ว่า Stablecoin คือความสำเร็จที่แท้จริงของโลกคริปโตฯ โดยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา Stablecoin มีธุรกรรมรวมกันกว่า 1.8 หมื่นล้านรายการ และมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 264.5 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการเก็บมูลค่าและทำธุรกรรมบนบล็อกเชนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวน
🚀 ปัจจัยที่กระตุ้นการเติบโตและการแข่งขัน
ความชัดเจนด้านกฎหมาย: การออกกฎหมาย GENIUS Act ในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ได้กำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับผู้ออก Stablecoin ทำให้เกิดการหลั่งไหลของบริษัทใหญ่เข้าสู่ตลาด เช่น MetaMask (ออก mUSD), Stripe (เปิดตัว Tempo) และ Circle (เปิดตัว Arc Network)
การแข่งขันที่รุนแรง: การเข้าซื้อกิจการของบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin เริ่มร้อนแรงขึ้น ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง PayPal ก็เข้ามามีบทบาทในตลาด
บล็อกเชนออก Stablecoin เอง: แม้แต่เชนบล็อกเชนเองก็เริ่มออก Stablecoin ของตนเอง (เช่น MegaETH ออก USDm และ Hyperliquid ออก USDH) เพื่อดึงดูดรายได้จากผลตอบแทน (Yield)
💡 3 เหตุผลที่โลกยังต้องการ Stablecoin ที่มากขึ้น
แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดอยู่แล้ว แต่บทความนี้ชี้ว่า การมี Stablecoin ที่หลากหลายมากขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งด้วยเหตุผลดังนี้:
การเข้าถึงทางการเงิน (Financial Inclusion): แม้จำนวนผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารจะลดลง แต่ยังมีมากกว่า 1.3 พันล้านคนที่ขาดการเข้าถึงทางการเงิน Stablecoin ให้บริการเงินที่พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ขึ้นกับพรมแดน ซึ่งสามารถเข้าถึงคนเหล่านี้ได้โดยตรง
ความหลากหลายของสกุลเงิน (Currency Diversity): เช่นเดียวกับในโลกแห่งความเป็นจริงที่มีหลากหลายสกุลเงิน (ดอลลาร์ ยูโร เยน) บนบล็อกเชนก็ไม่ควรมีเพียงสกุลเงินเดียว หากธุรกรรมทั้งหมดขึ้นอยู่กับ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งหมด เศรษฐกิจคริปโตฯ ก็จะถูกผูกติดกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มากเกินไป
การกระจายความเสี่ยง (Risk Diversification): การพึ่งพาผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายทำให้เกิดความเสี่ยง หาก Stablecoin หลักใดประสบปัญหาทางเทคนิค กฎระเบียบ หรือการเงิน การมี Stablecoin อื่น ๆ ที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความซ้ำซ้อน (Redundancy) และทำให้ระบบนิเวศโดยรวมมีความปลอดภัยและเสถียรยิ่งขึ้น
สรุปได้ว่า: Stablecoin กำลังเขียนกฎทางการเงินใหม่ โดยมอบอำนาจให้ผู้ใช้งาน การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ดีขึ้นเสมอ และหากคริปโตฯ จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลกได้จริง สาเหตุหลักจะไม่ใช่การเก็งกำไร แต่คือ Stablecoin

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น