ตลาดการเงินของเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยความสนใจในการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยได้ย้ายจากตลาดคริปโตเคอร์เรนซีไปยังตลาดหุ้นเกาหลีอย่างชัดเจน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้เคยเป็นศูนย์กลางการเก็งกำไรคริปโตฯ ระดับโลก โดยมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Kimchi Premium" แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2025:
1. ตลาดคริปโตฯ ที่ซบเซา:
ปริมาณการซื้อขายลดลง: ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตฯ ชั้นนำของเกาหลีใต้อย่าง Upbit และ Bithumb ลดลงอย่างมาก โดย Upbit ลดลงเกือบ 80% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (จากประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ในปลายปี 2024 เหลือเพียง 1.8 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025)
ความผันผวนลดลง: ความผันผวนในคู่ซื้อขายหลัก ๆ ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด กิจกรรมการเก็งกำไรใน Altcoin ขนาดเล็กหายไป
2. ตลาดหุ้นที่ร้อนแรง:
ดัชนี KOSPI พุ่งสูงขึ้น: ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีเพิ่มขึ้นกว่า 70% นับตั้งแต่ต้นปี และทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้ง โดยในเดือนตุลาคมทำสถิติเพิ่มขึ้น 21% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2001
แรงขับเคลื่อนจากชิป AI: การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชิป AI เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งความได้เปรียบในการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการฝึกฝน AI ทำให้บริษัทเหล่านี้โดดเด่น
การเก็งกำไรย้ายฐาน: นักลงทุนรายย่อยได้ย้ายความสนใจไปที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยตัวเลขบัญชีซื้อขายที่ใช้งานอยู่ (Active Trading Accounts) ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อสรุป:
การเปลี่ยนถ่ายนี้ไม่ใช่การเลิกเก็งกำไร แต่เป็นการ "เปลี่ยนสนามการพนัน" (Different Casino) นักลงทุนยังคงแสดงพฤติกรรมการเก็งกำไรสูง โดยมีการใช้มาร์จิน (Margin Trading) และ ETF ที่มีเลเวอเรจเพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากความก้าวหน้าของ AI และการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีที่ต้องการลด "Korean Discount" ในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม การสูญเสียผู้ซื้อรายย่อยจากเกาหลีใต้ถือเป็นการสูญเสียแหล่งสภาพคล่องที่สำคัญของตลาดคริปโตฯ ทั่วโลก

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น